การหาค่าความเชื่อมั่นของข้อสอบซ้ำมีข้อเสียอยู่หลายประการดังนี้

           1) การสอบโดยการใช้ข้อสอบเดียวกันซ้ำกันหลาย ๆ ครั้ง ทำให้ผู้สอบเกิดความเบื่อ เพราะ
ธรรมชาติของคนไม่ชอบความซ้ำซากจำเจ

           2) เสียเวลาในการสอบมาก

           3) ผู้สอบเกิดการเรียนรู้จากการสอบครั้งแรกทำให้การสอบครั้งหลังเกิดความคลาดเคลื่อน
ดังนั้นการหาค่าความเชื่อมั่นของข้อสอบโดยวิธีการสอบซ้ำ จึงไม่เป็นที่นิยมกัน
(ภัทรา  นิคมานนท์  2543 : 146)

        2)  ใช้ข้อสอบคู่ขนาน  ( Parallel tests หรือ Equivalence tests) 

               วิธีนี้จะแก้ปัญหาข้อจำกัดต่าง ๆ ของวิธีการสอบซ้ำได้   วิธีนี้ใช้ข้อสอบ 2 ชุด ที่มีลักษณะ และคุณภาพใกล้เคียงกันมากที่สุด เช่น  เนื้อหาเดียวกัน  ค่าเฉลี่ย  ( Mean)  และความแปรปรวน
(Variance) ของคะแนนจากการทำข้อสอบเท่ากัน  ซึ่งเรียกข้อสอบ 2 ชุดนี้ว่า ข้อสอบคู่ขนาน( Parallel
tests หรือ Equivalence tests)  ไปทดสอบกับเด็กกลุ่มเดียวกันในเวลาเดียวกันทั้ง 2 ฉบับ แล้วนำ
คะแนน 2 ชุด มาหาความสัมพันธ์ก็จะได้เป็นค่าความเชื่อมั่นของข้อสอบทั้ง 2 ฉบับ  วิธีการนี้เป็นการ
วัดค่า  สัมประสิทธิ์ของความคล้ายคลึงกัน  “Measure of  Equivalence test” สูตรการคำนวณหาค่า
ความเชื่อมั่นของข้อสอบโดยวิธีใช้ข้อสอบคู่ขนาน จะใช้สูตรเดียวกันกับการแบ่งครึ่งข้อสอบ คือสูตร
Person Product-moment coefficient correlation

            ข้อจำกัดของการหาค่าความเชื่อมั่นโดยวิธีการใช้ข้อสอบคู่ขนาน  คือ เป็นการยากที่จะสร้าง
ข้อสอบสองฉบับที่มีลักษณะใกล้เคียงกันทั้งเนื้อหาความยากง่ายรายข้ออำนาจจำแนกรายข้อและทั้งฉบับ ดังนั้นการหาค่าความเชื่อมั่นของข้อสอบโดยวิธีนี้จึงทำได้ค่อนข้างยากถ้าผู้สร้างข้อสอบไม่มีประสบการณ์
และความสามารถในการสร้างข้อสอบอย่างดี