2. ความเชื่อมั่น (Reliability)

            ความเชื่อมั่น  หมายถึง  ความคงเส้นคงวาของคะแนนในการวัดแต่ละครั้ง หรือกล่าวได้ว่า เครื่องมือนั้นวัดครั้งใด ๆ ก็ได้ค่าเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง (พร้อมพรรณ   อุดมสิน   2533 : 79)

            ผลของการวัดไม่ว่าจะเป็นคะแนนหรืออันดับที่ก็ตามเมื่อวัดได้ผลออกมาแล้ว  สามารถเชื่อ
ถือได้ในระดับสูงจนสามารถประกันได้ว่า ถ้ามีการตรวจสอบวัดผลซ้ำอีกไม่ว่า  กี่ครั้งก็จะได้ผลใกล้เคียง
และสอดคล้องกับผลการวัดเดิมนั่นเอง

     3. ความเป็นปรนัย (Objectivity)
            ความเป็นปรนัย หมายความว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการวัดผลครั้งนั้นมีความเห็นสอดคล้อง
กันในเรื่องของคำถาม  ค่าของคะแนนหรืออันดับที่ที่วัดได้ตลอดจนการแปลงค่าคะแนนเป็นผลประเมิน
ในการตัดสินคุณค่าก็สอดคล้องตรงกัน (ภัทรา  นิคมานนท์ 2543 : 133)

            การพิจารณาความเป็นปรนัยของแบบทดสอบมีหลายประการ คุณสมบัติความเป็นปรนัยของ
แบบทดสอบที่สำคัญ  ได้แก่คุณสมบัติ  3  ประการดังนี้
           1) ชัดแจ้งในความหมายของคำถาม  ข้อสอบที่เป็นปรนัย ทุกคนที่อ่านข้อสอบไม่ว่าจะ
เป็นผู้สอบหรือผู้ตรวจข้อสอบย่อมจะเข้าใจตรงกันไม่ตีความไปคนละแง่

           2) ตรวจให้คะแนนได้ตรงกัน ข้อสอบที่มีความเป็นปรนัย ไม่ว่าจะเป็นผู้ออกข้อสอบหรือ
ใครก็ตามสามารถตรวจให้คะแนนได้ตรงกัน  ข้อสอบที่ผู้ตรวจเฉลยไม่ตรงกัน  แสดงให้เห็นถึงความไม่
ชัดเจนในคำถามหรือคำตอบ

           3) แปลความหมายของคะแนนได้ตรงกัน  โดยทั่วไปข้อสอบปรนัยนั้นผู้ตอบถูกจะได้  1 คะแนน  ตอบผิดจะได้ศูนย์คะแนน  จำนวนคะแนนที่ได้จะแทนจำนวนข้อที่ถูก  ทำให้สามารถแปล
ความหมายได้ชัดเจนว่าใครเก่ง  อ่อนอย่างไร  ตอบถูกมากน้อยต่างกันอย่างไร ข้อสอบประเภทถูกผิด
จับคู่ เติมคำ เลือกตอบที่ขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่าเป็นข้อสอบปรนัยเฉพาะรูปแบบของ
ข้อสอบเท่านั้น ส่วนคุณสมบัติยังไม่เป็นปรนัย ความเป็นปรนัยของข้อสอบ จะนำให้เกิดคุณสมบัติทาง
ความเชื่อมั่น ของคะแนน อันจะนำไปสู่ความเที่ยงตรง ของการวัดผลด้วย
(ชวาล  แพรัตกุล 2516 : 131)