เนื้อหา บทเรียน
 
 
ภาพและการเขียนคำบรรยายภาพ
 

      มาลี   บุญศิริพันธ์ และพงษ์ศักดิ์   พยัฆวิเชียร (2547, หน้า 189, 191-193)   ให้ความรู้เรื่อง คุณภาพของภาพข่าว  การเขียนคำบรรยายภาพและคำแนะนำการเขียนคำบรรยายภาพไว้ดังนี้

 
 

คุณภาพของภาพข่าว

 
 

    ภาพข่าวที่เหมาะสมในการลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์และนิตยสาร ควรมีคุณภาพดังต่อไปนี้
    2.1 มีองค์ประกอบของความน่าสนใจ สามารถดึงดูดให้ผู้อ่านอยากดูภาพนั้นทันที
    2.2 มีสาระทางด้านเนื้อหา พอที่จะบอกเรื่องราวและเหตุการณ์ให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่าย
    2.3 สื่อความหมายในเรื่องที่ต้องการสื่อได้ชัดเจน โดยไม่ต้องอาศัยการบรรยายเยิ่นเยื้อ
    2.4 ตอบคำถาม ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเหมือนการอ่านความนำข่าว
    2.5 มีคุณภาพดีพอสำหรับใช้กับระบบพิมพ์ คือ เมื่อผ่านกระบวนการพิมพ์แล้ว ภาพนั้นก็ยังคงความคมชัด  สามารถเก็บรายละเอียดของเรื่องราวได้อย่างครบถ้วน

 
 
การเขียนคำบรรยายภาพ
 
 

    การเขียนคำบรรยายภาพ คือ การอธิบายความหมายหรือเรื่องราวในภาพที่จะพิมพ์บนหน้าหนังสือพิมพ์ เพื่อบอกให้ผู้อ่านทราบว่าภาพนั้น คืออะไร เกิดขึ้นที่ไหน อย่างไรบ้าง แม้ว่าเราจะเชื่อ ว่าภาพสามารถแทนคำพูดได้ แต่คำบรรยายภาพจะช่วยให้คนอ่านมีความเข้าใจเรื่องในภาพได้ อย่างถูกต้องชัดเจนมากขึ้น  คำอธิบายภาพที่ดี ควรให้ความกระจ่างแก่ผู้อ่านในสาระสำคัญ ที่อยู่ในภาพได้มากพอที่ผู้อ่านจะเข้าใจเรื่องราวได้บ้างก่อนจะนำไปสู่การอ่านเรื่อง ในเนื้อหาอย่างละเอียดต่อไปหลักการเขียนคำบรรยายภาพ จึงมุ่งที่การตอบคำถาม ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไรทำไม และอย่างไร (5 Ws + H) กล่าวคือ ถ้าบรรยายภาพข่าวทั่วไป ก็อาจตอบคำถามว่าบุคคลในภาพ คือใคร(who) ทำอะไร (what) ที่ไหน (where) ทำไม (why) ส่วนภาพที่เป็นข่าวเหตุการณ์บางประเภท เช่น ไฟไหม้อุบัติเหตุ ก็ควรต้องพิจารณาว่าควรตอบคำถามใดที่จะไขข้ออยากรู้ของผู้อ่านมากที่สุด เช่นคำตอบที่ไหน(where) เมื่อไร (when) อย่างไร (How) ทำไม (why) อาจรวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นและไม่สามารถเห็นในภาพได้ด้วย (what + who) เป็นต้น

                      
การตอบคำถามทั้ง 6 ข้อนี้ ผู้บรรยายภาพจะต้องพิจารณาว่าสาระสำคัญของแต่ละภาพคืออะไร สมควรสื่อความหมายข้อใดให้ผู้อ่านมากที่สุด ควรให้รายละเอียดแค่ไหน สิ่งที่ไม่ได้ปรากฏในภาพ และไม่สำคัญนักก็อาจละไว้แล้วไปอธิบายในเนื้อเรื่อง หรือสาระที่ปรากฏในภาพอย่างชัดเจน และผู้อ่านสามารถเห็นได้ชัดเจนจากภาพแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องบรรยายซ้ำให้เปลืองหน้ากระดาษโดยใช่เหตุ ทั้งนี้ผู้บรรยายภาพต้องใช้ดุลพินิจให้เหมาะสม ดูจากวัตถุประสงค์  และความแตกต่างที่ใช้ ประกอบเรื่องของภาพแต่ละประเภทประกอบด้วย
 
     
 
ข้อแนะนำการเขียนคำบรรยายภาพ  
 
 

   1) คำบรรยายภาพควรกระชับ เน้นเฉพาะในส่วนรายละเอียดที่ไม่ได้ปรากฏในภาพนั้น ไม่ควรอธิบายในสิ่งท ี่ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ชัดเจนจากภาพอยู่แล้ว เช่น ภาพนางสาวไทยกำลังเดินโปรยยิ้มโบกมือให้กับผู้ชม ก็ไม่ต้องอธิบายซ้ำอีกว่านางสาวไทยกำลังเดินโปรยยิ้มให้กับประชาชนอย่างซาบซึ้ง แต่ควรตอบคำถามว่า นางสาวไทยไปไหน อยู่ ณ ที่ใด ทำกิจกรรมอะไร เมื่อไร ทำไมจึงยิ้ม เป็นต้น หากไม่ใช่นางสาวไทยคนปัจจุบัน ก็อาจเตือนความทรงจำของผู้อ่านด้วยการระบุปีที่เธอชนะการประกวดด้วยก็ได้ ทั้งหมดนี้ต้องเขียนด้วยข้อความที่กะทัดรัด ไม่เยิ่นเย้อจนเกินจำเป็น

      2) ผู้เขียนไม่ควรใส่ความเห็นของตนในคำบรรยายภาพ โดยเฉพาะภาพข่าว ซึ่งจำเป็นต้องคงความเที่ยงตรง ของข้อเท็จจริงไว้ เสมือนข่าวหนึ่งชิ้น จึงควรอธิบายตามสาระข้อเท็จจริงที่ปรากฏในภาพเท่านั้น

      3) หากบรรยายภาพบุคคล ควรระบุชื่อ นามสกุล ของบุคคลในภาพให้ชัดเจน แต่ถ้าเป็นภาพกลุ่มบุคคล ก็ควรระบุชัดไปเลยว่าบุคคลไหนอยู่ตำแหน่งใดของภาพ ชื่ออะไร มียศ  หรือตำแหน่งอะไร สำคัญอย่างไร หากต้องการกล่าวถึงบุคคลใดในภาพเป็นการเฉพาะ ผู้เขียนควรต้องระบุให้ชัดเจน ไม่ควรเดาสุ่มด้วยคิดว่าผู้อ่านน่าจะรู้จักบุคคลในภาพทั้งหมดเพราะเป็นคนดัง แม้ว่าบางคนในภาพจะเป็นที่รู้จักกันทั่วไปก็ตาม

      4) ควรเขียนคำบรรยายภาพด้วยประโยคปัจจุบันกาลเสมอ เพื่อแสดงถึงความสดของเหตุการณ์ ยกเว้นกรณีภาพข่าวที่ไม่อาจตีพิมพ์ในวันเกิดเหตุการณ์ หรือวันเสนอข่าว กรณีผู้เขียนจำเป็นต้องอธิบาย ถึงเหตุการณ์ที่นำเสนอไปแล้วเพื่อไม่ให้ผู้อ่านต้องสับสน

      5) พึงระมัดระวังความถูกถ้วนของสิ่งที่บรรยาย เพราะภาพส่วนใหญ่ไม่สามารถบอกชัดเจน
ในบางสิ่งเช่น เวลา สถานที่ หรือเหตุการณ์ก่อนและหลังการบันทึกภาพ ผู้เขียนจึงต้องตรวจสอบข้อมูล เหล่านี้ให้แน่นอนก่อนการเขียนคำบรรยายภาพ โดยเฉพาะในกรณีที่นำภาพที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมาตีพิมพ์ หรือการนำภาพในอดีตมาประกอบเหตุการณ์ปัจจุบัน ยิ่งจำเป็นต้องระบุให้ชัดเจนว่าคือภาพอะไร เกิดขึ้นเมื่อไร ทำไมจึงนำภาพนี้มาเสนอ หาไม่แล้วอาจเป็นเหตุให้เกิดการเข้าใจผิดใหญ่โตก็ได้

      6) ขนาดตัวอักษรบรรยายภาพควรใช้ขนาดแตกต่างจากขนาดอักษรที่ใช้ในเนื้อข่าว  และข้อความในเนื้อ หาทั่วไปเพื่อให้เกิดความเด่น แตกต่างและไม่สบสนกับเนื้อข่าว เฉพาะอย่างยิ่ง ภาพที่จัดวางใกล้เคียง กับเนื้อข่าวหรือบทความ คำบรรยายภาพอาจกำหนดให้อยู่ในหลายตำแหน่งใกล้เคียงกับภาพ เช่น คำบรรยายใต้ภาพ (underline) คำบรรยายเหนือภาพ (overline) แต่ส่วนใหญ่มักนิยมวางคำบรรยายไว้ใต้ภาพ อาจเป็นเพราะเหมาะสมกับระดับสายตาและความเคยชินของผู้อ่าน หนังสือพิมพ์บางฉบับจะให้ความหลากหลาย โดยการวางคำบรรยายไว้ข้างภาพ บางฉบับโดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นมักเขียนคำบรรยายไว้บนภาพ ซึ่งมีข้อเสียคือทำให้ผู้อ่านไม่สามารถเห็นรายละเอียดของภาพได้ทั้งหมด คำบรรยายภาพไปบดบังข้อเท็จจริง และความชัดเจนของภาพไปส่วนหนึ่ง ทำให้การสื่อความหมายด้วยภาพต้องด้อยประสิทธิภาพลงไป เพราะฉะนั้น ผู้เขียนควรคำนึงถึงความสะดวกของผู้อ่านและประสิทธิภาพการสื่อความหมายพร้อมกันไปด้วย

 
     
     
     
     
     
     
     
     
     
1     2     3     4     5     6         8     9     10     11     12     13