เนื้อหา บทเรียน
 
 
ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย
 

        

1.  ภาษาบาลี

 

ภาษาบาลีเป็นภาษาในตระกูลอินโด-ยุโรเปียน รูปลักษณะภาษาเป็นภาษามีวิภัตติปัจจัย คือจะต้องเปลี่ยนรูปคำตามเพศ พจน์ หรือกาล ภาษาบาลีมีถิ่นกำเนิดในแคว้นมคธ ประเทศอินเดีย บางทีจึงเรียกว่าภาษามคธ เข้ามาปะปนอยู่ในภาษาไทยเพราะสาเหตุจากการยอมรับนับถือศาสนาพุทธของคนไทยเป็นสำคัญ

ตัวอย่างคำภาษาบาลีในภาษาไทย

บาป

บุญ

ปัญญา

พยากรณ์

ปฏิกิริยา

ปฏิกูล

พยาบาท

พายุ

ปฏิบัติ

ปัจจัย

พิพาท

ภาคี

มงคล

มติ

มิจฉาชีพ

รถ

รส

รังสี

รูป

ลัทธิ

ลาภ

โลก

โลหิต

วัฏสงสาร

วาจา

วิชา

สงสัย

สติ

สนทนา

สบาย

สังเขป

สันติ

สาหัส

สุข

สุสาน

หทัย

เหมันต์

อคติ

อดีต

อนุมัติ

อนุสรณ์

อเนจอนาถ

อวสาน

 

 

 

2.  ภาษาสันสกฤต

 

ภาษาสันสกฤตเป็นภาษาในตระกูลอินโด-ยุโรเปียน รูปลักษณะภาษาเป็นภาษา มีวิภัตดิปัจจัยเช่นเดียวกับภาษาบาลี ชาวอินเดียถือว่าภาษาสันสกฤตเป็นภาษาชั้นสูง คัมภีร์ และบทสวด ต่าง ๆ มักจะจารึกเป็นภาษาสันสกฤต ภาษาสันสกฤตเข้ามาปะปนอยู่ใน ภาษาไทยเพราะคนไทย เคยยอมรับนับถือศาสนาพราหมณ์ ซึ่งบันทึกคำสอนด้วย ภาษาสันสกฤตมาก่อน แม้จะยอมรับนับถือศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติแล้วก็ตาม แต่คนไทยก็ยังยึดถือปฏิบัติในพิธีกรรมบางอย่าง ของศาสนาพราหมณ์มาจนถึงปัจจุบัน   คนไทยจึงศึกษาภาษาบาลี และภาษาสันสกฤตควบคู่กันไป

ตัวอย่างคำภาษาสันสกฤตในภาษาไทย

กัลป์

กุศล

กัลปาวสาน

โกรธ

คณาจารย์

เคารพ

เคหสถาน

โคตร

โฆษก

โฆษณา

จรรยา

โจรกรรม

ชัชวาล

ตรี, ไตร

ดนตรี

ทรัพย์

ทักษิณ

โทษ

เทพบุตร

นาฏศิลป์

นามธรรม

นิรภัย

นิเทศ

บรรยาย

บริบูรณ์

บัตร

บริษัท

บุตร

บุตรี

บูรพา

บุรุษ

ปฏิปักษ์

ปทัสถาน

ประกาศ

ประการ

ประจักษ์

ประณีต

ประดิษฐาน

ประดิษฐ์

ประเทศ

ประมาณ

ปรากฏ

ประโยชน์

ปราชญ์

ปรารถนา

ปรึกษา

ปราศรัย

พยายาม

พรรณนา

พิสดาร

พรหมลิขิต

แพทย์

พาณิชย์

พิพากษา

ภิกษุ

มนุษย์

มรรยาท

ไมตรี

รักษา

ราษฎร

ฤกษ์

ฤทธิ์

นักบวช

วิเคราะห์

วิทยา

วิเศษ

วินาศ

ศักดา

ศัตรู

ศาสนา

ศัพท์

ศิลปิน

ศึกษา

เศรษฐี

สงเคราะห์

สตรี

สนเท่ห์

สวรรค์

สรรพคุณ

สวัสดิ์, สวัสดี

สังหาร

สัมฤทธิ์

สัปดาห์

สาธิต

แสนยานุภาพ

หรรษา

อธิษฐาน

อนุเคราะห์

 

 
 3.  ภาษาเขมรในภาษาไทย
 

ภาษาเขมรเป็นภาษาคำโดด จัดอยู่ในตระกูลมอญ-เขมร คำดั้งเดิมส่วนใหญ่เป็น คำพยางค์เดียวและเป็นคำโดด ถือเอาการเรียงคำเข้าประโยคเป็นสำคัญเช่นเดียวกับภาษาไทย  แต่มีลักษณะบางอย่างต่างไปจากภาษาไทย ไทยกับเขมรมีความสัมพันธ ์กันมาเป็นเวลาอันยาวนาน จึงทำให้มีการหยิบยืมถ้อยคำภาษา ของกันและกัน ไทยยืมคำภาษาเขมรมาใช้เป็นจำนวนมาก  ภาษาเขมรนอกจากจะใช้กันในประเทศกัมพูชาแล้ว  ยังใช้กันในบรรดาคนไทยเชื้อสายเขมรทางจังหวัดต่าง ๆ บางจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกของประเทศไทยด้วย  คำเขมาเข้าสู่ภาษาไทยโดยทางการเมือง  ทางวัฒนธรรมและทางภูมิศาสตร์  เรายืมคำเขมรมาใช้โดยการทับศัพท์ ทับศัพท์เสียงเปลี่ยนไป  และเปลี่ยนเสียงเปลี่ยนความหมาย

ตัวอย่างภาษาเขมรในภาษาไทย

กระชับ

กระโดง

กระเดียด

กระบอง

กระบือ

กระท่อม

กระโถน

กระพัง, ตระพัง, ตะพัง

กระเพาะ

กระแส

กังวล

กำจัด

กำเดา

รัญจวน

ลออ

สกัด

สนอง

สนุก

สดับ

สบง

สังกัด

สไบ

สำราญ

สรร

สำโรง

แสวง

แสดง

กำแพง

กำลัง

ขนาน

ขจี

โขมด

จัด

เฉพาะ

ฉบับ

เชลย

โดย

ทรวง

ถนน

บายศรี

ประกายพรึก

ปรับ

ประจาน

โปรด

เผด็จ

ผจญ, ผจัญ

เผอิญ

เผชิญ

เพ็ญ

เพลิง

เพนียด

ระลอก

 

 
4.  ภาษาจีนในภาษาไทย
 

ภาษาจีนมีรูปลักษณะภาษาเป็นภาษาคำโดด เช่นเดียวกับภาษาไทย ไม่มีเสียงควบกล้ำ
มีเสียงสูงต่ำ  มีการสร้างคำขึ้นมาใช้ใหม่  มีโครงสร้างประโยคเช่นเดียวกัน การเรียงลำดับคำเข้าประโยคก็เช่นเดียวกับภาษาไทย ต่างกันแต่ว่าภาษาจีนเอาคุณศัพท์ไว้หน้านาม เอากริยาวิเศษณ์ไว้หน้ากริยาและมีเงื่อนไขอื่น ๆ อีกและมีลักษณะนาม  ประเทศจีนมีเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาล ภาษาจีนจึงแตกต่างกันไปอย่างมาก จนกลายเป็นภาษาถิ่นต่าง ๆ ที่สำคัญคือ  ภาษากวางตุ้ง  ภาษาจีนแคะ  ภาษาฮกเกี้ยน  ภาษาแต้จิ๋ว ภาษาไหหลำ  ภาษาเซียงไฮ้  และภาษานิงโปหรือเลี่ยงโผ  และภาษาจีนกลาง ซึ่งเป็นภาษาราชการปัจจุบันนิยม  เรียกว่า “ภาษาแมนดา-ริน” ไทยและจีนเป็นชนชาติที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้อง กันมาเป็นเวลาอันยาวนานมากตั้งแต่ก่อนสมัยประวัติศาสตร์ไทยมาถึงสมัยปัจจุบัน ถ้อยคำภาษาจีนจึงเข้ามาปะปนอยู่ในภาษาไทยมากมายจากหลายสาเหตุ ทั้งความสัมพันธ์ทางด้านถิ่นที่อยู่อาศัยตามสภาพภูมิศาสตร์ ความสัมพันธ์ทางด้านเชื้อชาติ  ความสัมพันธ์ทางด้านประวัติศาสตร์  ความสัมพันธ์ทางด้านวัฒนธรรม และประเพณี ความสัมพันธ์ทางด้านการค้า เป็นต้น เรายืมคำภาษาจีนมาใช้หลายลักษณะ  เช่น  ทับศัพท์ทับศัพท์เสียงเปลี่ยนไป  ใช้คำไทยแปลคำจีน  ใช้คำไทยประสมหรือซ้อนกับคำจีนเป็นต้น

ตัวอย่างภาษาจีนในภาษาไทย

ก๊ก

กงสี

กงเต๊ก

กวยจั๊บ

กังฉิน

ก๋วยเตี๋ยว

กุ๊ย

กวางตุ้ง

กุยช่าย

กาน้า

กุยเฮง

กะหล่ำ

เก๊

เกี้ยมไฉ่

เกาเหลา

เกี้ยว

ขงจื้อ

ขึ้นฉ่าย

จับยี่กี

โจ๊ก

จับฉ่าย

เจ

เจ๊า

เฉาก๊วย

ซวย

เซียน

ซาลาเปา

เซียมซี

ซินแส

แซ่

เซ้ง

แซยิด

ตงฉิน

เต้าเจี้ยว

ตังเก

เต้าส่วน

ตั๋ว

เต้าหู้ยี้

ตั้วโผ

เต้าฮวย

ไต๋

ไต้ก๋ง

ถัว

ทู่ซี้

บ๊วย

บะหมี่

แบไต๋

ปุ้งกี๋

เปาะเปี๊ยะ

แป๊ะซะ

โพย

ยี่ห้อ

เย็นตาโฟ

ลิ้นจี่

โสหุ้ย

สาลี่

ห้าง

หุ้น

อั้งยี่

อั้งโล่

เอี๊ยม

ฮวงซุ้ย

 

 

 

 

 

5. ภาษามลายูในภาษาไทย

 

ภาษามลายูหรือภาษามาเลย์   ปัจจุบันเรียกว่า  ภาษามาเลเซีย  จัดเป็นภาษาคำติดต่อ (Agglutinative Language)  อยู่ในตระกูลภาษาชวา-มลายู   มีวิธีการสร้างคำใหม่โดยวิธีเอาพยางค์มาต่อเติมคำทำให้ความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คำในภาษามลายูส่วนใหญ่จะมีสองพยางค์และสามพยางค์ มาเลเซียกับไทยเป็นประเทศ ที่มีเขตแดนติดต่อกัน   จึงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมา เป็นเวลานาน     ภาษามาลายูเข้ามาปะปนอยู่ในภาษาไทยมากพอสมควร  โดยเฉพาะในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ได้แก่  ยะลา  ปัตตานี  นราธิวาส  และสตูล  ยังคงใช้ภาษามลายูสื่อสารในชีวิต ประจำวันอยู่เป็นจำนวนมาก

ตัวอย่างคำภาษามลายูในภาษาไทย

กรง

กระดังงา

กระจง

กะพง

กระจูด

กะละปังหา

กระแชง

กะลาสี

กะลุมพี

กำยาน

กำปั่น

กุญแจ

จับปิ้ง

จำปาดะ

ตลับ

ทุเรียน

บูดู

ปาเต๊ะ

มังคุด

สละ

สลัก

สลาตัน

สลัด

สุจหนี่

โสร่ง

หนัง

 

 

 

 

6. ภาษาชวาในภาษาไทย

 

     ภาษาชวา   ปัจจุบันเรียกว่าภาษาอินโดนีเซีย   เป็นภาษาคำติดต่อ อยู่ในตระกูลเดียวกับภาษามลายู   ภาษาชวาที่ไทยยืมมาใช้ส่วนมาก เป็นภาษาเขียน  ซึ่งรับมาจากวรรณคดี  เรื่อง  อิเหนา เป็นส่วนใหญ่ ถ้อยคำภาษาเหล่านี้ใช้สื่อสารในวรรณคดี และในบทร้อยกรองต่าง ๆ มากกว่าคำที่นำมาใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน

ตัวอย่างคำภาษาชวาในภาษาไทย

กระจับปี่

การะบุหนิง

กระยาหงัน

กิดาหยัน

จินดาหนา

จินดาหรา

ซ่าโบะ

ซ่าหริ่ม

ดะหมัง

ดาหงัน

ดาลัด

ติกาหลัง

ตุนาหงัน

นากาสาหรี

บายสุหรี

บุษบามินตรา

บุหงัน

บุหงารำไป

บุหงาประหงัน

บุหรง

บุหลัน

ปะตาระกาหลา

ปะตาปา

ปะหนัน

ปั้นเหน่ง

ปาตี

พันตุ

มะงุมมะงาหลา

มะตาหะรี

มิรันตี

มาลาตี

ยาหยี

ยิหวา

ระตู

ระเด่น

วิรงรอง, วิรังรอง

สะการะ

สะตาหมัน

สะการะตาหรา

หวันยิหวา

อสัญแดหวา

อังกะลุง

 

 

 

 

 

 


 
 

         

 

 
 
[ 1 ]     [ 2 ]    [ 3   [ 4 ]    [ 5 ]    [ 6 ]