1.3 การปฏิบัติเพื่อให้เกิดสวัสดิภาพจากอุทกภัย

       การเตรียมความพร้อมเพื่อรับสถานการณ์อุทกภัย

     ในการที่จะควบคุมหรือลดอันตราย  และความเสียที่อาจเกิดขึ้นจากอุทกภัย ให้มีน้อยที่สุด เท่าที่จะทำได้  ควรจัดเตรียมความพร้อม ดังนี้
    1. ควรจัดเตรียมหน่วยงานถาวรที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งนี้เพื่อจะได้มีการวางแผนปฏิบัติงาน กำหนดระเบียบ วิธีปฏิบัติ และหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาล และเอกชน ที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน มีการฝึกอบรม และฝึกซ้อมการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ จัดให้มีการเผยแพร่ ความรู้ ให้แก่ประชาชน เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายสาเหต ุและการควบคุมป้องกันอุทกภัย นอกจากนี้ หน่วยงานรับผิดชอบ ควรจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่จำเป็นในการช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย ให้พร้อมเพรียงด้วย เช่น เสบียงอาหาร เวชภัณฑ์ที่จำเป็น ไฟฉาย เสื้อผ้า เรือ แพชูชีพ เงินทุนต่าง ๆ ฯลฯ
     2.  การเตือนภัย เป็นการบอกกล่าว หรือส่งข่าวด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชน และหน่วยงานต่าง ๆ ทราบล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดอุทกภัย การเตือนภัย อาจใช้วิทยุกระจายเสียง หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ไซเรน  หรือระบบสัญญาณไฟ ที่เห็นได้ตามจุดล่อแหลมต่าง ๆ ซึ่งระบบเตือนภัยต้องรวดเร็ว แม่นยำ ทันเหตุการณ์  และมีระยะเวลาเตือนล่วงหน้า นานพอสมควร โดยต้องมีการฝึกซ้อม การปฏิบัติงานอยู่เสมอ การเตือนภัย จะช่วยให้ประชาชนทราบ สถานการณ์ของพายุ ระดับความสูงของแม่น้ำ และการปฏิบัติ เพื่อเตรียมรับ สถานการณ์ อุทกภัย
     3.  การเตรียมความพร้อมของประชาชนที่อยู่ในบริเวณที่จะเกิดอุทกภัย เมื่อได้รับสัญญาณเตือนอุทกภัย ควรจัดเตรียมเสบียงอาหาร ยา น้ำดื่ม เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เรือไม้ หรือต่อแพไว้ เตรียมกระสอบใส่ดินไว้ เสริมคันกั้นน้ำ ที่ท่วมสูงขึ้น และรีบอพยพเคลื่อนย้ายครอบครัว สัตว์เลี้ยง ยานพาหนะ ทรัพย์สิน สิ่งของที่จำเป็น ออกจากบริเวณ ที่ราบต่ำ หรือริมฝั่งแม่น้ำ หรือชายทะเลไปอยู่ที่สูง

การช่วยเหลือขณะเกิดอุทกภัย
     ขณะเกิดอุทกภัย หน่วยงานหรือผู้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ควรให้ความช่วยเหลือดังนี้
     1. ค้นหาผู้ประสบภัย ขณะเกิดอุทกภัย บางแห่งน้ำอาจท่วมบ้านเรือนมิดหลังคา บางคนอยู่บนหลังคาบ้าน  บางคนกำลังลอยคออยู่ในน้ำ หรือบางคนโดนน้ำพัดพาไปที่อื่น การค้นหาผู้ประสบภัย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะช่วยเหลือให้ได้รับความปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
     2. การขนย้ายผู้ประสบภัยควรขนย้ายหรือผู้ประสบภัย สัตว์เลี้ยง และทรัพย์สินออกจากบริเวณที่น้ำท่วม  ซึ่งการขนย้ายนี้ จะต้องมีการวางแผนล่วงหน้า และเตรียมพร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที
     3. การช่วยเหลือผู้เจ็บป่วย ผู้ประสบอุทกภัยบางรายอาจได้รับอุบัติเหตุ ขาดอาหาร และเกิดการเจ็บป่วยขึ้น  จึงจำเป็นที่จะต้องให้ความช่วยเหลือโดยจัดหน่วยแพทย์หรือพยาบาลเคลื่อนที่ เพื่อให้การรักษาพยาบาล หรือจัดยารักษาโรค เสบียงอาหาร และเสื้อผ้าให้ผู้ประสบภัย  

     การช่วยเหลือหลังเกิดอุทกภัย
     ภายหลังจากการเกิดอุทกภัยแล้ว  ประชาชนที่ประสบภัยควรได้รับความช่วยเหลือ ดังนี้
     1. ได้รับการสงเคราะห์ในเรื่องอาหาร เครื่องนุ่งห่ม  ยารักษาโรค  ที่พักอาศัย
     2. ได้รับความช่วยเหลือฟื้นฟู ในเรื่องสุขภาพทางกาย และจิตใจ โดยจัดบริการทำความสะอาด และอาจจัดหน่วยแพทย์ หรือสาธารณสุขเคลื่อนที่ เพื่อป้องกันการระบาดของโรค และออกให้บริการต่างๆ เช่น การส่งเสริมโภชนาการ การให้ภูมิคุ้มกันโรค การรักษาพยาบาล การสุขาภิบาล การจัดหาน้ำสะอาด การให้สุขศึกษา และการสร้างขวัญกำลังใจ
     3. ได้รับการส่งกลับภูมิลำเนาเดิม 
     4. ได้รับความช่วยเหลือในด้านการประกอบอาชีพ เช่น การแนะนำทางด้านวิชาการ เพื่อปลูกพืชทดแทน การจัดหาพันธุ์พืช ผลไม้ให้ปลูกทดแทน การจัดแหล่งเงินกู้ฉุกเฉิน
     5. ได้รับความช่วยเหลือในเรื่องการซ่อมแซมบ้านเรือนที่พักอาศัย อาจจัดหาแหล่งเงินกู้ สำหรับซ่อมบ้าน หรือสร้างบ้านใหม่ โดยคิดอัตราเดอกเบี้ยราคาถูก จัดหาที่อยู่อาศัยชั่วคราว แก่ผู้ที่บ้านเรือนถูกทำลายไปหมด
     6. การได้รับความช่วยเหลือในการซ่อมแซมเครื่องสาธารณูโภค และบริการสาธารณะต่าง ๆ  ให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด เพื่อความสะดวกในการใช้บริการของผู้ประสบภัย เช่น ไฟฟ้า ประปา  โทรศัพท์  ถนน  ทางรถไฟ  สะพาน ฯลฯ


 

 

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1. หน่วยการเรียนรู้ที่ 2. หน่วยการเรียนรู้ที่ 3. หน่วยการเรียนรู้ที่ 4.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5. หน่วยการเรียนรู้ที่ 6. หน่วยการเรียนรู้ที่ 7. หน่วยการเรียนรู้ที่ 8.
หน่วยการเรียนรู้ที่ 9. หน่วยการเรียนรู้ที่ 10.