แบบทดสอบหน่วยการเรียนที่ 4

เรื่องโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ


1. ข้อใดไม่จัดเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส
ก. โรคไข้หวัดใหญ่ โรคสุกใส
ข. โรคคางทุม โรคไอกรน
ค. โรควัณโรคปอด โรคตีบ
ง. โรคหัดเยอรมัน โรคสุกใส
จ. โรคไข้กาฬ โรคไข้กาฬหลังแอ่น
2. นางสาวมะลิป่วยมีอาการไข้ คัดจมูก น้ำมูกไหล จึงไปหาแพทย์ แพทย์แนะนำดังนี้
          1. ควรรับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีในปริมาณมาก
          2. เวลาอาบน้ำให้อาบำน้ำอุ่น แล้วเช็คตัวให้แห้งทุกครั้ง
          3. เข้านอนแต่หัวค่ำ และห่อผ้าเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น
          4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
          5. รับประทานยาตามที่แพทย์จัดให้นหมด
อยากทราบว่านางสาวมะลิหายจากการป่วยด้วยเหตุในข้อใดมากที่สุด
ก. 1 และ 2
ข. 1 และ 5
ค. 2 และ 3
ง. 3 และ 4
จ. 4 และ 5
3. โรคในข้อใดที่เชื้อโรคสามารถทำลายระบบประสาทส่วนกลางได้
ก. โรคไอกรน
ข. โรคคางทูม
ค. โรควัณโรคปอด
ง. โรคหัดเยอรมัน
จ. โรคไข้กาฬหลังแอ่น
4. จงวินิจฉัยข้อความต่อไปนี้ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. โรคหัดจะพบผื่นที่เยื่อบุกระพุ้งแก้มและในปาก
ข. โรคคอตีบจะพบอาการหายใจดังวีด เนื่องจากหายใจไม่ได้
ค. โรคไอกรน จะพบอาการไอเป็นชุด และที่เยื่อแผ่นสีเทาเป็นปื้นในคอ
ง. โรคคางทูม จะพบต่อมน้ำลายทุกต่อมอักเสบ บวม ต้องเขียนเสือเพื่อรักษา
จ. โรคปอดอักเสบ จะพบอาการไข้ ไอมีเสมหะ เกิดจุดรอยฝ้าที่เนื้อปอด
5. เด็กหญิงมาลัย ป่วยมีอาการไข้สูง ผื่นขึ้นตามตัว ลักษณะเป็นตุ่มแล้วกลายเป็นตุ่มใส แตกออกเป็นแผลเล็กๆท่านคิดว่าเด็กหญิงมาลัยป่วยเป็นโรคสุกใสใช่หรือไม่ท่านจะแนะนำการปฏิบัติตัวอย่างไร
ก. ใช่ ให้เด็กหญิงมาลัยหยุดพักการเรียนจนกว่าผื่นจะแห้งและลอกหมด ให้งด อาหารพวกแสลงต่าง ๆ จะทำให้แผลที่แตกเป็นแผลเป็น
ข. ใช่ ให้เด็กหญิงมาลัยหยุดพักการเรียน 1 สัปดาห์หลังจากตุ่มขึ้น และพักผ่อนให้ เพียงพอรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ค. ใช่ ให้เรียนได้ตามปกติ แต่แยกโต๊ะเรียนไม่เล่นและไม่นั่งติดกับเพื่อน
ง. ไม่ใช่ เพราะยังไม่ทราบเชื้อโรค และเด็กหญิงมาลัยสามารถเรียนได้ตามปกติ
จ. ไม่ใช่ เพราะการแสดงอาการของโรคหัดก็มีผื่นเช่นกัน แต่เด็กหญิงมาลัยควร หยุดพักการเรียน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง
6. ข้อความต่อไปนี้มีความสัมพันธ์กันมากที่สุด
ก. เชื้อไวรัสินฟลูเอนซ่า โรคหัด
ข. เชื้อคอรีเนแบคทีเรียมดิพธีเรีย โรคไอกรน
ค. เชื้อมัยโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซีส โรควัณโรคปอด
ง. เชื้อไนซีเรีย เมนิงไจติดิส โรคปอดอักเสบ
จ. เชื้อเบอร์เดเทลลา เปอร์ทัสซิส ไรคไข้กาฬหลังแอ่น
7. ข้อใดอธิบายความหมายของวัคซีนดีพีทีได้ดีที่สุด
ก. เป็นวัคซีนป้องกันวัณโรค ซึ่งใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย
ข. เป็นวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย
ค. เป็นวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬโรคหลังแอ่น มักให้ระยะที่มีการระบาดของโรค
ง. เป็นวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน และคางทูม มักฉีดให้ในเด็กทุกคน
จ. เป็นวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก ฉีดให้เด็กเป็นระยะตามที่แพทย์กำหนด
8. ในปัจจุบันแพทย์จะให้วัคซีนใดเป็นวัคซีนแรกแก่ทารกแรกเกิด และเพื่อป้องกันโรคใด
ก. บีซีจี ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
ข. บีซีจี ป้องกันโรควัณโรค
ค. บีซีจี ป้องกันโรคหัด
ง. ดีพีที ป้องกันโรคคอตีบ
จ. ดีพีที ป้องกันโรคคางทูม
9. ข้อความต่อไปนี้ทุกข้อเป็นความจริงเกี่ยวกับการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจ ยกเว้นข้อใด
ก. วัคซีนป้องกันโรคคางทูมจะทำให้เกิดภูมิต้านทานที่มีอยู่ตลอดชีวิต
ข. เด็กทุกคนควรได้รับการฉีควัคซีนเป็นระยะ ๆ ตามที่แพทย์กำหนด
ค. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคให้แก่ร่างกาย
ง. โรคติดต่อทางเดินหายใจทุกโรค ควรแยกผู้ป่วยไว้ต่างหากจนกว่าจะหายป่วย
จ. การดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายและไม่อยู่ที่ที่แอดอัดเป็นหลักสำคัญของ การป้องกันโรค
10. ผู้ใดมีหลักการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจที่ดีที่สุด
ก. มานะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ข. มานีชอบทำความสะอาดและจัดบริเวณบ้านให้สะอาดเรียบร้อย
ค. มานิตย์ชอบนอนดึกเพราะทำงานหนักจึงไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพทุกปี
ง. มาโนช์ชอบดื่มยาบำรุงต่าง ๆ และยึดหลัก “กินไข่วันละฟองไม่ต้องไปหาหมอ”
จ. มนูชอบศึกษาหาความรู้จากตำราต่าง ๆ และสรรหาสมุนไพรมาบำรุงร่างกาย