4.โรคคอตีบ (Diphtheria)

                 ลักษณะทั่วไป โรคคอตีบเป็นโรคติดต่ออย่างเฉียบพลัน  พบได้ทั่วโลกมักระบาดในฤดูหนาวถึง
ต้นฤดูร้อน และพบมากในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ส่วนทารกแรกเกิดในช่วง 6 เดือนแรก หลังคลอดจะมีภูมิต้านทาน
ผ่านรกมาจากแม่ โรคคอตีบนี้จะมีอาการภายหลังการได้รับเชื้อ 2-5 วัน จะมีอาการอักเสบที่ปาก คอ กล่องเสียง จมูก ต่อมทอลซิน เกิดเป็นแผลที่มีเยื่อสีเทาปกคลุมอยู่เป็นปื้น เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณคอจะบวมและนิ่ม ทำให้กลืนและ
หายใจลำบาก เชื้อโรคสามารถปล่อยสารพิษออกมาแล้วซึมเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้มีผลเสียต่อระบบประสาท สายตาพร่า มองเห็นภาพเป็นสองชั้น ตาเหล่ น้ำลายไหล เคลื่อนไหวแขนขาไม่ได้  นอกจากนี้ สารพิษยังทำให้กล้ามเนื้อ
หัวใจอักเสบ หัวใจเต้นแรงและเร็วไม่สม่ำเสมอ เกิดหัวใจวายและตายได้  (ปริมณฑ์  กาญจนนัษฐิติ. 2537 : 412)  
             สาเหตุ โรคคอตีบเกิดจากเชื้อคอรีเนแบคทีเรียม ดิพธีเรีย (Coryncbacterium diphtheriac) (พัฒน์ สุจำนงค์. 2525 : 201)
            การติดต่อ โรคคอตีบมีแหล่งรังโรค คือคน และสามารถติดต่อได้โดยการสัมผัสกับผู้ป่วยหรือพาหะ โดยผ่านทางหายใจ เชื้อโรคจะออกมากับเสมหะของคนที่เป็นโรค และแพร่เชื้อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งด้วยการไอ จาม หรือสัมผัสกับเสมหะของคนเป็นโรคโดยตรง และมีระยะฟักตัว 2-5 วันหรืออาจนานกว่านี้ก็ได้ เชื้อนี้สามารถติดต่อ
ได้ตลอดระยะเวลาที่พบเชื้อในผู้ป่วย  บางรายอาจเป็นพาหะเรื้อรังได้  (ประวิทย์  สุนทรสีมะ. 2521 : 259)
            การควบคุมและป้องกันโรค  สามารถควบคุมและป้องกันโรคคอตีบได้ ดังนี้  (สมชาย สุพันธุ์วณิช และกาญจนา สุพันธุ์วณิช. 2532 : 74-75)
            1.  การป้องกันก่อนการเกิดโรค  โดย
                    1.1  เสริมสุขภาพให้แข็งแรง ไม่คลุกคลีกับคนที่เป็นโรค
                    1.2  สร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โดยการฉีดวัคซีน D.P.T. Diphtheria, Pertussis & Tetanus Vaceine ซึ่งเป็นวัคซีนรวมสำหรับป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก
                    1.3  ให้สุขศึกษาเพื่อให้ทราบถึงอันตรายและการติดต่อของโรคคอตีบ
            2.  การควบคุมและป้องกันโรคเมื่อเกิดโรคขึ้นแล้ว ทำได้โดย
                    2.1  แยกคนที่เป็นโรคไว้ก่อน จนกว่าจะไม่พบเชื้อติดต่อกันสองครั้ง
                    2.2  ทำการเผากระดาษเช็ดน้ำมูก น้ำลาย เสมหะของผู้ป่วย และใส่น้ำยาฆ่าเชื้อโรคลงในสิ่งของ
เครื่องใช้ของคนที่เป็นโรค
                   2.3  ให้วัคซีนป้องกันโรคคอตีบแก่ผู้สัมผัสโรค ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 10 ปีและสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย
ซึ่งไม่เคยมีประวัติว่าเคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ จะต้องให้วัคซีนและพบแพทย์เพื่อตรวจอาการตลอด
                   2.4  ให้การรักษาผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยว่าป่วย